ประวัติสโมสร เวสต์แฮม รายชื่อนักเตะ ผลงานเกียรติประวัติ

เวสต์แฮม

ประวัติและความเป็นมา

เวสต์แฮม เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ อยู่ในเมืองสแตรทฟอร์ดลอนดอนตะวันออกประเทศอังกฤษปัจจุบันเล่นในพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของอังกฤษเดิมทีใช้สนามเหย้าที่ Bulin Ground ตั้งแต่ปี 1994 จนถึงสิ้นฤดูกาล 2015–16 ก่อนที่พวกเขาจะย้ายไปที่สนามเหย้าแห่งใหม่ที่สนามกีฬาโอลิมปิกใน Queen Elizabeth Olympic Park เวสต์แฮมยูไนเต็ด จัดเป็นสโมสรฟุตบอลขนาดเล็ก ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2438 โดยคนงานโรงถลุงเหล็ก จึงเป็นที่มาของฉายา The Irons หรือ The Hammers (ภาษาเขมร – ในภาษาไทย) โดยมีสีประจำคือสีน้ำเงิน – แดง, แดงเลือดหมู

ได้รับการยกย่องว่าเป็น Academy of Football (อะคาเดมีออฟฟุตบอล) เนื่องจากเป็นทีมเล็ก ๆ ที่ปั้นนักฟุตบอลซึ่งต่อมามีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จกับสโมสรใหญ่มากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเช่น Bobby Moore, Screen Fffhurst, Rio Ferdinand, Michael คาร์ริค, โจโคล, แฟรงค์แลมพาร์ด, เจอร์เมนเดโฟ ฯลฯ และยังมีนักเตะชื่อดังที่จะลงเล่นให้กับทีมเช่นกีล่า ในประวัติศาสตร์ผู้จัดการทีมจะเป็นพลเมืองอังกฤษยกเว้น Jan Francosola ชาวต่างชาติคนเดียวที่เป็นชาวอิตาลี เวสต์แฮมลงแข่งขันเอฟเอคัพรอบชิงชนะเลิศกับลิเวอร์พูลในปี 2548-2549 แต่เป็นเพียงตำแหน่งรองชนะเลิศเท่านั้น

ตราสโมสรเวสต์แฮม

ตราสโมสรเวสต์แฮม

1923 ทีม เวสต์แฮม เริ่มมาใช้โลโก้ที่เป็นค้อนครั้งแรก ได้ลงเตะในรายการเอฟเอคัพ ที่สนามเวมบลีย์เป็นประวัติศาสตร์ และคนเริ่มรู้จักทีมมากขึ้น เพื่อแสดงถึงตัวตนและจุดกำเนิดของทีม ทำให้โลโก้จึงเป็นรูปค้อนคู่วางขวางกัน

1950 มีการเปลี่ยนกรอบนอกที่เคยเป็นวงกลมออกไป และใช้รูปค้อนที่ยาวขึ้นกว่าเดิม และลักษณะเปลี่ยนไป

1952 เพียง 2 ปี ก็เริ่มมาปรับแก้กันอีกรอบ ด้วยการผสานกรอบแบบ 1923 แต่ใช้รูปทรงค้อนแบบ 1950 แทน

1958 กลับมาใช้งานคล้ายต้นแบบของปี 1950

1963 ยังคงโทนและแบบเดิมจากปี 1958 เปลี่ยนแค่กรอบนอกให้เป็นสีฟ้า ด้วยสมัยนั้นยังเน้นการตัดเย็บลงเนื้อผ้า

1964 เปลี่ยนไปเป็นรูปหอคอยปราสาท ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ในปีนี้สามารถเข้ารอบชิงเอฟเอคัพได้สำเร็จ แต่พลาดท่าแพ้เพรสตันไป แต่หลังจากนั้น 1 ปีพวกเขาก็ลุยเข้าสู่ถ้วยยูโรเปี้ยนคัพได้สำเร็จ เริ่มเปิดทางสู่ความยิ่งใหญ่ให้กับสโมสร

1965  สโมสรก้าวสู่การเป็นแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพได้สำเร็จ ซึ่งเป็นถ้วยสูงสุดของสโมสรโลกในตอนนี้ เปรียบได้ดังถ้วยฟุตบอลโลกของทีมชาติ จึงปรับมีการใส่ E.C.W.C. เข้ามาในล่างปราสาท และถัดมา 1966

1968 โลโก้ที่มีสไตล์คล้าย ๆของเก่า แต่เปลี่ยนเป็นแบบไม่มีสี ใช้สีร่างเป็นสีแดงเลือดหมู ออกแบบตั้งแต่ 1967 แต่ไม่ได้มีการใช้ลงเสื้อแข่งจริง

1975  แน่นอนว่าปีนี้สร้างเพื่อรำลึกถึงรายการ Cup Winners ทีีทีมสามารถเข้าไปเล่นในศึก คัพ วินเนอร์ คัพ ได้

1976 มีการออกแบบคล้าย 1975 มาก เพียงแต่เปลี่ยนกรอบนอก และตัดอักษร Cup Winners ออกไป

1980 รูปทรงปราสาทหอคอยและรายละเอียดใหม่ ๆ โดนจับลงใส่มากขึ้น โดยใส่สีฟ้าลงไปในหลายส่วน และส่วนปราสาทเป็นสีทอง ทำให้แปลกตา ซึ่งได้ทางนายเรือเอกในการแข่งขัน เป็นคนออกแบบให้นั่นเอง

1983 ทางแบรนด์ Adidas ได้เข้ามารับทำเสื้อแข่งขันให้ทีม จึงมีการปรับโลโก้ให้ดูเรียบง่าย ด้วยความคลาสสิกเลยใช้ค้อนคู่โล่ง ๆ พร้อมกับตัวย่อ W.H.U.F.C ต่างจากอันเก่ามาก แต่ว่าได้รับความนิยมจากแฟนบอลอย่างมาก

1985 กลับมาใช้รูปปราสาทอีกครั้ง พร้อมกับสีเดิมของชุดแข่งคือ สีฟ้าและแดงเลือดหมู แซมด้วยดิ้นสีทองให้โดดเด่น และฤดูกาล 1986 ผลงานของทีมกลับมาดีขึ้นอย่างมาก

1987 ใช้งานรูปแบบคล้ายปี 1985 แต่ใช้แค่ 2 สีของสโมสรตัดสีทองออกไป

1995 สโมสรครบ 100 ปี ทำให้มีการคิดทำตราสัญลักษณ์ใหม่ เพื่อออกมาฉลอง มีการเพิ่มปีการก่อตั้งและครบร้อยปี กลับมาใช้สีทองเพิ่มในหอคอยปราสาท

1997 ถัดมาอีก 2 ปี ทีมทำการตัดคำว่า F.C. ออกไป มีการเปลี่ยนอีกเล็กน้อยคือ ทำให้ปราสาทเป็นสีทองอร่ามทั้งหมด

1999 ทีมเลือกที่จะแก้โลโก้อีกรอบ โดยครั้งนี้จัดให้สีเลือดหมูเป็นพื้น ปราสาทหอคอยยังคงเป็นสีทอง และเอาสีฟ้านำมาตัดขอบ ออกมาโดนใจแฟนคลับมาก และใช้งานยาวมาถึง 2016 เลยทีเดียว

2015 มีการทำรำลึกตอนย้ายสนามออก จากการคืนพื้นที่ทำให้ทาง Umbro ทำเสื้อสัญลักษณ์พิเศษออกมาให้ The Boleyn Ground (อัพตัน พาร์ค) 1904-2016 โดยออกมาขายให้ทุกคน ในช่วงปลายซีซั่น ก่อนท่างทีมจะย้ายไปเช่าสนามใหม่ ที่ใหญ่กว่า

2016 คราวนี้ป้อมหอคอยหายไป แต่มาเน้นที่รูปทรงค้อนให้ดูเข็มแข็ง ด้วยการใช้สีตัดขอบ และเปลี่ยนอย่างอื่นเล็กน้อย โดยให้ค้อนเป็นสีทองเด่นที่สุด และเพิ่มคำว่า London ด้านล่าง เพื่อการเริ่มต้นเข้าสู่สนามโอลิมปิกลอนดอน มาเป็นสนามเหย้าใหม่ของทีม

ผู้สนับสุน ทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

เสื้อแข่ง ผู้สนับสุน ทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

1983 เป็นครั้งแรกที่ทีม เวสต์แฮมใช้สปอร์นเซอร์ลงเสื้อครั้งแรก โดยมี AVCO เข้าอยู่บนเสื้อยาว ทาง Adidas รับหน้าที่ผลิต จนถึงปีสุดท้าย 1989 ทาง Scoreline จึงมาเป็นผู้ตัดเย็บแทน

1989 – 92 สโมสรใช้โรงงาน Bukta มาทำชุดแข่งขันให้ และมี BAC WINDOWS เป็นยี่ห้อฐานสนับสนุนการเงิน

1992 – 93 ยังคงเป็นชุดกีฬา Bukta ที่ทำให้ทีมใช้งาน แต่เปลี่ยนมาใช้ Dagenham Motors บนหน้าอก อยู่กับทีมนานถึงปี 1997 โดยใช้ Pony ผลิตในปี 1993-97 ในช่วงหลัง

1997-98 ยังเป็นปีของ Pony แต่ในปีนี้ไม่มีตัวหนังสือจากแบรนด์ไหนเข้ามา ทำให้กลายเป็นเสื้อโล่ง ๆ

1998 – 2003 ได้ทาง DR.Martins เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลัก โดยปีแรกทาง Pony ทำเสื้อ ส่วนปี 1999 – 2003 เป็นทาง Fila รับช่วงต่อ

2003 – 2007 ได้ทาง Reebok ออกแบบชุดและ Jobserve เป็นสปอร์นเซอร์คาดหน้าอก ก่อนจะหมดสัญญาในการเซ็นพร้อมกัน 4 ปี

2007- 13 Sept 2008 แบรนด์ Umbro มารับช่วงต่อ ทีมขุนค้อนได้ XL มาเป็นท่อน้ำเลี้ยง ด้วยเริ่มด้วยการสกรีน XL.com ก่อนมาเปลี่ยนเป็น XL Holidays และเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น จากราคาน้ำมันโลกที่ตกต่ำไปทั่วโลก ทำให้ทางสปอร์นรายนี้ได้รับผลกระทบ และขาดทุนล้มลงไป จนทีมยุติการสัญญากับทีมเมื่อ 13 Sept 2008ทำให้ต้องมีการตัดสัญลักษณ์ออกไป และปล่อยเป็นเสื้อโล่ง ๆ ก่อนที่ภายหลังจะมีการแปะเลขแข่ง ของแข้งนั้น ๆลงไปแทน นับว่าเป็นข่าวช็อคของวงการอย่างมาก เป็นเรื่องใหญ่ของวงการลูกหนังผู้ดี หลังจากนั้นตามมาด้วยการเป็นหนี้ ของทีมขุนค้อน 7.5 ล้านปอนด์

6 December 2008 – 2013 หลังจากขาดผู้อยู่เบื้องหลังการเงินไม่นาน ทาง SBOBET.COM เว็บพนันชื่อดังก็เข้ามาอุ้ม โดยการเซ็นยาวกันไปหมดตอนปี 2013 ส่วนคนทำเสื้อฤดูกาลแรกถึงปี 2010 ให้เป็นหน้าที่ของ Umbro ที่ยังไม่หมดสัญญา และปีต่อมาปี 2010 ทาง Macron มาทำการออกแบบเสื้อต่อ จนหมดสัญญาของสปอร์นเซอร์พอดีปี 2013

2013 – 2014 ทาง Adidas เข้ามาเป็นทีมจัดการชุดอีกครั้ง และได้ alpari fx trading อยู่บนหน้าอก

Aug 2014 – Jan 15 ทีมขุนค้อนมีปัญหาอีกครั้งและ alpari fx trading ได้มาอยู่ที่เสื้อชั่วคราวอีกครั้ง โดยชุดยังอยู่ในสัญญาของ Adidas

Feb – May 2015 ทาง Betway เข้ามาอุ้มทีมด้วยการขอเป็นสปอร์นเซอร์ และเป็นปีสุดท้ายของทาง Adidas ที่หมดสัญญาลง

2015 – 16 สโมสรย้ายโรงงานมาเป็น Umbro และยังได้ Betway ช่วยเหลือทีมอยู่ ทีมเลือกทำโลโก้พิเศษมา 1 ปี เป็นการอำลาสนามเหย้าเก่า เพื่อที่จะไปเริ่มต้นกับสนามใหม่ ที่สนามโอลิมปิกลอนดอน ที่ได้เช่าไว้เพื่อการลงสนามแข่งขันไว้แล้ว

2016 – 2018 ย้ายมาใช้โลโก้ใหม่ และยังเป็น Umbro ที่รับผิดชอบเสื้อและอุปกรณ์แข่ง ส่วน Betway ก็อยู่ที่อกเสื้ออยู่ต่อไป เพื่อผลักดันผลงานของทีมต่อไป

สนามเหย้า ของทีม West Ham United

สนามเหย้า ของทีม West Ham United

ทีม เวสต์แฮม เคยได้ใช้สนาม Boleyn Ground (บุลินกราวนด์) ซึ่งในไทยและหลายประเทศ จะคุ้นกับชื่อ Upton Park (อัปตันพาร์ก) มากกว่า มีความจุอยู่ 35,647 คน แต่ว่าตอนนี้ได้กลายเป็นอดีตไปแล้วจากการทุบทิ้งและเปลี่ยนสภาพพื้นที่ ไปเป็นอพาร์ทเม้นท์สุดหรู 842 ห้อง มีสวนให้ความร่มลื่นโดยมีค่าห้องเริ่มต้น 15 ล้านบาทไทย และทางสโมสรเองจึงเลือกการเช่าสนามใหม่ ด้วยการใช้สนาม London Stadium หรือว่าสนามกีฬาโอลิมปิกที่ถูกสร้างมาเพื่อรองรับ โอลิมปิกใน 2012 มีความจุที่ 80,000 ที่นั่ง มีความใหญ่โตอันดับ 3 ของประเทศ และที่นั่งมากกว่าที่สนามเก่า 1 เท่า ทำให้ข่าวออกมาว่า ทีมเช่าล่วงหน้าไป 99 ปี เป็นที่พอใจของแฟนบอล ที่จะมีที่พร้อมเชียร์ทีมรักไปตลอดแบบอลังการ

เกียรติประวัติสโมสรเวสต์แฮม

เกียรติประวัติสโมสรเวสต์แฮม

    • UEFA Cup Winners’ Cup : แชมป์ 1965
    • FA Cup : แชมป์ 1964 ,1975 , 1980 รองแชมป์ 1923 , 2006
    • League Cup : รองแชมป์ 1966 , 1986
    • FA Charity Shield : แชมป์ 1964 รองแชมป์ 1975 , 1980
    • Football League War Cup : 1 : แชมป์ 1940
    • Southern Floodlit Cup : 1 : แชมป์ 1956 รองแชมป์ 1960
    • Essex Professional Cup : 3 : แชมป์ 1951 , 1955 ( Trophy Shared ) , 1959 รองแชมป์ 1952 , 198
    • Football League Second Division / Football League Championship ( ดิวิชั่น 1 ) : แชมป์ 1957 – 58 , 1980 – 81 รองแชมป์ 1922 – 23 , 1990 – 91 , 1992 – 93
    • แชมป์เพลออฟ 2005 , 2012 รองแชมป์เพลออฟ 2014
    • Western Football League : แชมป์ 1906-07

blank

, , , , , , , ,