ประวัติสโมสรฟุตบอล ลียง ข้อมูลนักเตะ ผลงานรางวัลที่ผ่านมา

ลียง

ลียง หรือ โอลิมปิกลียง เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพของเมืองลียงเล่นอยู่ในลีกสูงสุดของฝรั่งเศสในลีกเอิง ซึ่งสโมสรได้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1899 ในนามของ ลียงออแล็งปิกอูนีแวร์แตร์ แต่ก่อตั้งในระดับประเทศในฐานะสโมสรในปี ค.ศ. 1950 สโมสรประสบความสำเร็จอย่างมากในศตวรรษที่ 21 สามารถชนะในการแข่งขันลีกเอิงที่จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศง2002 โดยได้สร้างสถิติเป็นผู้ชนะเลิศ 7 ครั้ง และยังชนะในถ้วยทรอเฟเดช็องปียง 7 ครั้ง ชนะในถ้วยกุปเดอฟร็องส์ 5 ครั้งและชนะในลีกเดอ 3 ครั้ง

และยังได้เข้าร่วมการแข่งขันในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาล 2009-2010 สามารถเข้าได้ถึงรอบรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรก ต่อมาก็ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศอีกครั้งในฤดูกาล 2019–20 สนามกีฬาเหย้าของสโมสรคือสนามสตาดเดอแฌร์ล็อง (Stade de Gerland) และในปี ค.ศ. 2013 สนามแห่งใหม่พร้อมที่จะเปิด คาดว่าจะใช้ชื่อว่า โอแอลแลนด์ (OL Land)

โลโก้ ลียง

ประวัติความเป็นมา

ลียงได้ถูกสร้างขึ้นภายในการควบคุมดูแลของ มัลติสปอร์ตส ในชื่อ สโมสรฟุตบอลลียอออแล็งปิกยูนิเวอร์ซิทายริ ในปี ค.ศ. 1986 ภายหลังจากการก่อตั้งสโมสรได้เกิดความขัดแย้งภายในหลายเรื่องของการอยู่ร่วมกันของนักฟุตบอลสมัครเล่นและนักฟุตบอลมืออาชีพในสโมสรแล้วผู้จัดการของสโมสร เฟลลิก โลรูด์ และสตาฟโคชของสโมสรได้คิดสร้างสโมสรของตัวเอง

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 1950 ในแผนการของโลรูด์ สร้างมาเพื่อการบรรลุผลเมื่อโอลิมปิกลียอแนก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการหลังจาก ดร. อัลเบิร์ท และ บุคคลจากเมืองลียง ได้ช่วยกันสนับสนุนเป็นอีกแรง ซึ่งผู้จัดการทีมคนแรกของสโมสรคือ ออสการ์ เฮอิสเซเลอร์ และเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1950 สโมสรได้ลงเล่นนัดแรกอย่างเป็นทางการด้วยการเอาชนะแคลิฟอร์เนียปารีส ไป 3-0

และในช่วงคริสต์ทศวรรษ 2000 เป็นช่วงรุ่งเรืองของลียงอย่างแท้จริง โดยชนะเลิศในลีกเอิงถึง 7 สมัยซ้อนระหว่าง ค.ศ. 2002–2008 ชนะเลิศ ทรอเฟเดช็องปียง ถึง 6 สมัยซ้อนระหว่าง ค.ศ. 2002–2007 กุปเดอลาลีกใน ค.ศ. 2001 อีก 1 สมัย และ กุปเดอฟร็องส์ใน ค.ศ. 2008 อีก 1 สมัย และสามารถผ่านเข้าสู่รอบลึกของรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

ประวัติความเป็นมา ลียง

ถึงแม้ว่าลียงจะเป็นทีมฟุตบอลที่ไม่ใช่ทีมใหญ่โตอะไรโดยมีชื่อเสียงเป็นรองทีมอย่าง โอลิมปิก มาร์กเซย, ปารีส แซงต์ แชร์กาแม็ง และ โมนาโก อยู่หลายขุมในช่วงก่อนเข้าสู่ยุค 90’s อย่างไรก็ตามอนาคตคือสิ่งที่สามารถสร้างเองได้ และสิ่งที่ทุกสโมสรบนโลกนี้ต้องการหากอยากจะเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่คือ “ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์”

เรื่องราวของลียงนั้นเกิดจากนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสที่มีทรัพย์สินประมาณ 600 ล้านยูโรได้เข้ามาซื้อทีมในปี 1987 ด้วยแนวคิดที่ผสมผสานกันระหว่าง นักธุรกิจบวกกับคนที่รักในกีฬาฟุตบอล นั่นคือทีมจะต้องทำเงิน, มีฐานการเงินที่แข็งแกร่ง และสำคัญที่สุดคือต้องประสบความสำเร็จด้วย ซึ่งนี่คือโจทย์ที่หินที่สุด แต่ โอลาส ก็ฉลาดพอที่จะค่อย ๆ แก้ไขปัญหาไปทีละเรื่อง

นอกจากที่เขาจะได้เริ่มทยอยเคลียร์บัญชีของทีมจากหนี้เก่า ๆ จนหมดแล้ว โอลาส ยังได้นำทีมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์และได้สร้างแบรนด์ให้ ลียง เป็นทีมที่ขายได้ ไม่ใช่แค่ในเรื่องฟุตบอลภายใต้แบรนด์ OL

ในส่วนของทีมฟุตบอลที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดนั้น โอลาสก็ได้เปลี่ยนแปลงการบริหารใหม่ด้วย ทุกการลงทุนของเขานั้นจะต้องทำให้สโมสรเดินหน้าได้อย่างแข็งแกร่งจะต้องเป็นเงินต่อเงิน ไม่ใช่เงินสร้าง ด้วยแนวคิดที่เป็นการสร้างทีมแบบซื้อมาขายไป นักเตะทุกคนสามารถประเมินค่าเป็นเงินได้ทั้งหมด หากมากพอทางสโมสรจะไม่รั้งใครไว้ พวกเขาจะรับเงินมา ปล่อยนักเตะไป จากนั้นก็ลงทุนอย่างชาญฉลาดต่อไปเรื่อย ๆ และเมื่อถึงจุดหนึ่งทุกอย่างก็แข็งแกร่งแม้จะต้องรอถึง 15 ปี ก็ตาม

ข้อมูลทีม ลียง

โอลาสได้พาทีมขึ้นสู่ลีกสูงสุดในปี 1989 และในช่วงยุค 90 ลียงได้เริ่มมีชื่อเสียงในลีกเอิงโดยได้ไต่ไปถึงการได้เป็นถึงรองแชมป์ลีกในปี 1994-1995 แต่ความพยายามของพวกเขาก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ อย่างดีก็เป็นได้แค่รองแชมป์ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ในเวลานั้นก็คือ ทางลียงได้เริ่มรวบรวมนักเตะฝีเท้าดีเอาไว้โดยที่เน้นไปที่นักเตะบราซิล ที่มีความสามารถสูงและขายต่อได้

ในช่วงหลังปี 2000 นักเตะบราซิลได้เริ่มทยอยเข้าสู่ทีมเป็นชุดแรก ซึ่งถือได้ว่าเป็นชุดที่เริ่มต้นเข้าสู่ยุคสมัยอันยิ่งใหญ่ของลียงเลยก็ว่าได้ เพราะ 3 นักเตะอย่าง จูนินโญ่ แปร์นัมบูกาโน่, ซอนนี่ อันแดร์สัน และ เอ็ดมิลสัน คือ 3 แซมบ้าที่สามารถใช้คำว่า “เก่งเกินลีกเอิง” ณ เวลานั้นได้จริง

เมื่อระบบได้เปลี่ยนด้วยการดึงนักเตะเก่ง ๆ มารวมตัวกัน ลียง ก็คว้าแชมป์ลีกเอิงสมัยแรกในฤดูกาล 2001-02 จากนั้น นโยบายดังกล่าวของพวกเขาก็ติดปีก เพราะไม่ใช่แค่นักเตะบราซิลอีกแล้วที่ถูกนำเข้ามา ลียง ยังได้ส่งแมวมองไปทั่วโลกโดยเฉพาะในแอฟริกา นอกจากนี้ยังไปสอดส่องนักเตะจากลีกเล็ก ๆ ในยุโรปอย่าง โครเอเชีย, เบลเยียม, สวีเดน, นอร์เวย์ รวมไปถึงการหานักเตะมีแววในลีกเอิงเอง เรียกได้ว่า ลียง หมดงบไปกับการสเกาต์นักเตะจำนวนไม่น้อยเลยก็ว่าได้

หลังจากปี 2002 ลียงก็ได้เริ่มต้นสู่ความยิ่งใหญ่โดยได้คว้าแชมป์ลีกเรื่อยมาจนถึงปี 2008 ถือได้ว่าเป็นยุคที่เรียกได้ว่า “ลียง ลงเป็นยิง” ของแท้ของจริงเลยก็ว่าได้ พวกเขาเป็นที่ที่เล่นในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้อย่างที่ไม่เคยกลัวใคร ตลอดยุคทองที่กินเวลาราว 10 ปี ลียง สามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มเข้าไปเล่นรอบน็อคเอาต์ได้แทบทุกฤดูกาล บางปีเข้าไปถึงรอบตัดเชือกเลยด้วยซ้ำ

ผลงานสร้างชื่อ ลียง

สนามเหย้าของทีม

ปาร์กอแล็งปิกลียอแน ซึ่งมีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า กร็องสตาด และสตาดเดลูเมียร์ เป็นสนามฟุตบอลของออแล็งปิกลีอยแน เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2555 พื้นสนามเป็นแอร์ไฟเบอร์ไฮบริดกราส สนามมีขนาด 105 × 68 เมตร (344 × 223 ฟุต)โดยสนามมีความจุ 59,186 ที่นั่ง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเดซี-ชาร์ปีเยอ ใกล้กับลียง โดยใช้แทนที่สตาดเดอแฌร์ล็องซึ่งเป็นสนามเก่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 โดยสนามแห่งนี้มีแผลที่จะใช้งานในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 และฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019

ผลงานสร้างชื่อ

    • ระดับประเทศ
    • ลีกเอิง : ชนะเลิศ : 2001–02, 2002–03, 2003–04, 2004–05, 2005–06, 2006–07, 2007–08
    • ลีกเดอ : ชนะเลิศ : 1950–51, 1953–54, 1988–89
    • กุปเดอฟร็องส์ : ชนะเลิศ : 1963–64, 1966–67, 1972–73, 2007–08, 2011–12
    • กุปเดอลาลีก : ชนะเลิศ : 2000–01
    • ทรอเฟเดช็องปียง : ชนะเลิศ : 1973, 2002, 2003, 2004, 2005, 2006, 2007, 2012
    • ระดับทวีปยุโรป
    • ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก : รอบรองชนะเลิศ : 2009–10, 2019–20
    • ยูฟ่ายูโรปาลีก : รอบรองชนะเลิศ : 2016–17
    • ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ : รอบรองชนะเลิศ : 1963–64
    • ยูฟ่าอินเตอร์โตโตคัพ : ชนะเลิศ : 1997

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน ฤดูกาล 2020 – 2021

เบอร์เสื้อ นักเตะ ตำแหน่ง สัญชาติ อายุ
ผู้รักษาประตู
30 ยูเลี่ยน โพลเลอร์สเบ็ค ผู้รักษาประตู เยอรมนี 26
1 แอนโธนี่ โลเปส ผู้รักษาประตู โปรตุเกส 30
40 มัลคอล์ม บาร์โกล่า ผู้รักษาประตู โตโก 21
กองกลาง
27 แม็กซ์เวล กอร์กเน่ต์ เซ็นเตอร์แบ็ค โกตดิวัวร์ 24
26 เมลวิน บาร์ด เซ็นเตอร์แบ็ค ฝรั่งเศส 20
3 ฌาเมล เอ็ดดีน เบนลามรี่ เซ็นเตอร์แบ็ค แอลจีเรีย 31
5 เจสัน เดนาเยอร์ เซ็นเตอร์แบ็ค เบลเยียม 25
2 ซินาลี่ ดิโอมานเด้ เซ็นเตอร์แบ็ค โกตดิวัวร์ 19
19 เกงค์ ออซคาการ์ เซ็นเตอร์แบ็ค ตุรกี 20
6 มาร์เชโล่ เซ็นเตอร์แบ็ค บราซิล 33
22 มัตเตีย เด ชิโญ่ แบ็คขวา อิตาลี 28
14 เลโอ ดูบัวส์ แบ็คขวา ฝรั่งเศส 26
กองกลาง
23 ติอาโก้ เมนเดส มิดฟิลด์ตัวรับ บราซิล 28
8 ฮุสเซม อาอูอาร์ มิดฟิลด์ตัวกลาง ฝรั่งเศส 22
25 มักซ็องซ์ แกเกเรต์ มิดฟิลด์ตัวกลาง ฝรั่งเศส 20
39 บรูโน่ กิลมาเรส มิดฟิลด์ตัวกลาง บราซิล 23
15 คามิโล่ มิดฟิลด์ตัวกลาง บราซิล 21
10 เมมฟิส เดอปาย ปีกซ้าย เนเธอร์แลนด์ 27
18 ไรอัน แชร์กี้ มิดฟิลด์ตัวรุก ฝรั่งเศส 17
12 ลูคัส ปาเกต้า มิดฟิลด์ตัวรุก บราซิล 23
33 ยาย่า ซูมาเร่ ปีกขวา ฝรั่งเศส 20
กองหน้า
20 อิสลาม สลิมานี่ กองหน้าตัวเป้า แอลจีเรีย 32
7 คาร์ล โตโก เอคัมบี้ กองหน้าตัวเป้า แคเมอรูน 28
11 ติโน่ คาเดแวร์ กองหน้าตัวเป้า ซิมบับเว 25